News & Event


ไวรัสซิกา (Zika virus)

ไวรัสซิกาเป็นไวรัสในตระกูลฟลาวิไวรัส (Flavivirus) ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก (Viral hemorrhagic fever) เช่นเดียวกันกับไวรัสเด็งกี่ (Dengue virus) และไวรัสก่อโรคไข้เหลือง (Yellow fever virus) และมียุงลาย (Aedes aegypti ) เป็นพาหะสำคัญของไวรัสซิกา เช่นเดียวกันกับไวรัสไข้เลือดออกเด็งกี่และไข้เลือดออกชิคุนกุนย่า (Chikungunya) ดังนั้น สาเหตุหลักของการติดเชื้อเกิดจากการโดนยุงลายที่มีเชื้อไวรัสซิกากัด และนอกจากนี้ไวรัสซิกายังสามารถถ่ายทอดผ่านทางเลือดและจากมารดาที่ติดเชื้อสู่ทารกในครรภ์ได้เช่นกัน

ไวรัสซิกาเป็นไวรัสในตระกูลฟลาวิไวรัส (Flavivirus)

ที่มา www.cdc.gov/zika/transmission

ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกามักจะไม่มีอาการแสดงหรือมีอาการไม่รุนแรง อาการแสดงคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ มีผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการเหล่านี้จะแสดงอยู่ประมาณ 2-7 วัน โดยกลุ่มคนที่ต้องระวังการติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นพิเศษ คือกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ประมาณ 12 สัปดาห์ เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมามีสมองเล็ก (microcephaly) และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและภูมิต้านทานผิดปกติ เช่น โรคจีบีเอส (GBS) หรือ โรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre syndrome)

 

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้ซิกาโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็นการดูแลตามอาการเป็นหลัก โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้หรือบรรเทาอาการปวด ทั้งนี้ห้ามรับประทานยาแอสไพรินหรือยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือดและเสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย

 

เนื่องจากอาการแสดงของโรคไข้เลือดออกจากไวรัสซิกามีความคล้ายคลึงกับไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ จึงมีข้อควรระวังในการรักษาเนื่องจากอาจจะแยกโรคได้ยากในช่วงต้น และในกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น ที่ไม่ทราบสาเหตุ 3. ทารกศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยปลายประสาทอักเสบ หากมีอาการไข้ ผื่นขึ้น ตาแดง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อ ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อทำการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ โดยกลุ่มอาการเหล่านี้อาจเข้าข่ายโรคไข้เลือดออกจากไวรัสซิกาได้

 

การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสซิกาจึงมีความสำคัญและจำเป็น เนื่องจากอาการแสดงของโรคมีความคล้ายคลึงกับไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ โดยในปัจจุบันทางห้องปฏิบัติสามารถตรวจหา RNA ของไวรัสซิกาในสิ่งส่งตรวจเลือด ปัสสาวะ และสารคัดหลั่งจากร่างกายโดยอาศัยเทคนิค Real-time PCR ได้ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. เก็บตัวอย่างซีรัมหรือพลาสมาที่ใช้EDTA เป็นสารกันเลือดแข็ง ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ทำการเจาะเลือดในระยะมีไข้ไม่เกิน 5 วันหลังจากเริ่มเป็นไข้ หรือเก็บปัสสาวะ ปริมาตร 5-10 มิลลิลิตร ภายใน 14 วัน หลังเริ่มมีไข้
  2. นำตัวอย่างมาสกัดสารพันธุกรรม
  3. ทำการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสด้วยชุดตรวจ FTD Zika virus หรือ FTD Zika/Dengue/Chik ที่อาศัยหลักการ multiplex real-time PCR ที่มีความจำเพาะและความไว 100% ในการตรวจหาเชื้อไวรัสซิกา

 ชุดตรวจ FTD Zika virus (Fast Track Diagnostics, Luxembourg)

ชุดตรวจ FTD Zika virus (Fast Track Diagnostics, Luxembourg) เป็นชุดน้ำยาสำหรับตรวจวินิจฉัยเชิงคุณภาพตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสเพื่อประเมินการติดเชื้อไวรัสซิกา โดยอาศัยหลักการ Multiplex Real-time PCRแต่สำหรับชุดตรวจ FTD Zika/Dengue/Chik นั้นสามารถตรวจวินิจฉัยเชิงคุณภาพตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซิกา รวมทั้งไวรัสเด็งกี่และไวรัสชิคุนกุนย่าได้พร้อมกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการรักษา เนื่องจากไวรัสทั้ง 3 ชนิดนี้ก่อให้เกิดโรคที่มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกัน

 ชุดตรวจ FTD Zika virus (Fast Track Diagnostics, Luxembourg)

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับชุดตรวจไวรัสซิก้า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.fast-trackdiagnostics.com/products/ftd-zika-virus/

หรือติดต่อแผนก Technical support e-mail: pajaree-bd@3nholding.com หรือฝ่ายงาน Life Science product โทร 022748331

 



 

ContactGibthai
Copyrights © 2015 & Gibthai Co., Ltd. All Rights Reserved
Privacy Policy |   Terms of Service